ขายของออนไลน์อะไรดี: เลือกคนซื้อก่อน แล้วค่อยเลือกสินค้า
ลองนึกถึงร้านสองร้าน
ร้านแรกขายสบู่ทำมือกลิ่นดอกไม้ ตั้งใจทำ แพ็กสวย ถ่ายรูปดี แต่ต้องพยายามอธิบายทุกโพสต์ว่าทำไมคนควรเปลี่ยนจากสบู่ที่ใช้อยู่ ร้านที่สองขายสบู่สูตรอ่อนโยนสำหรับคนผิวแห้งคันที่หาซื้อสบู่ที่ใช้แล้วไม่แสบยาก คนกลุ่มนี้ค้นหาเอง ถามในกลุ่มเอง และพร้อมจ่ายเพิ่มถ้ามันใช้ได้จริง
สินค้าเกือบเหมือนกัน แต่ร้านที่สองขายง่ายกว่ามาก เพราะเริ่มจากคนที่มีปัญหาอยู่แล้ว ไม่ใช่เริ่มจากสินค้าที่อยากขาย
Alex Hormozi เขียนไว้ในหนังสือ $100M Offers ว่าสิ่งที่ส่งผลกับยอดขายมากที่สุดไม่ใช่สคริปต์ปิดการขาย แต่คือการเลือกกลุ่มคนที่หิวอยู่แล้ว เขาเรียกว่า Starving Crowd แปลตรง ๆ คือฝูงชนที่กำลังหิว คุณไม่ต้องทำให้เขาหิว แค่ยื่นอาหารให้ถูกคน
เพราะฉะนั้นคำถามที่ถูกไม่ใช่ขายของออนไลน์อะไรดี แต่คือ ใครกำลังอยากได้อะไรสักอย่างอยู่ แล้วคุณช่วยเขาได้ไหม

เช็กตลาดด้วย 4 คำถาม ก่อนเลือกสินค้า
Hormozi ใช้สี่ข้อนี้ดูว่าตลาดไหนน่าเข้า ร้านออนไลน์เล็ก ๆ ใช้ได้เหมือนกัน ให้คะแนนแต่ละข้อ 1 ถึง 5 ตลาดที่ได้รวมต่ำกว่า 12 ให้ข้ามไปก่อน
1. คนกลุ่มนี้มีปัญหาชัดไหม
ปัญหายิ่งชัด คนยิ่งยอมจ่าย คนที่ผมร่วงหนักหลังคลอดลูกตามหาทางแก้ทุกคืน คนที่แค่อยากได้แชมพูหอม ๆ ไม่ได้ตามหาอะไรเลย ถ้าคุณอธิบายปัญหาของลูกค้าได้ในหนึ่งประโยค และเขาพยักหน้าทันที ข้อนี้ผ่าน
2. เขามีเงินจ่ายไหม
Hormozi เล่าถึงเพื่อนที่รับแก้เรซูเม่ให้นักศึกษา ทำดีแค่ไหนก็ขายยาก เพราะนักศึกษาไม่มีเงิน พอเปลี่ยนไปรับแก้ให้ผู้จัดการและผู้บริหาร ธุรกิจก็ไปได้ สินค้าเดิม คนซื้อใหม่ ผลต่างกันมาก
เวลาเลือกกลุ่มลูกค้า ให้ถามว่าเขาจ่ายเงินกับเรื่องนี้อยู่แล้วหรือเปล่า เจ้าของแมวที่ซื้อทรายแมวพรีเมียมทุกเดือน คือคนที่มีงบและยอมจ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว
3. หาตัวเขาเจอง่ายไหม
ร้านออนไลน์ต้องหาลูกค้าเจอบนโซเชียล ถ้ากลุ่มลูกค้ามีกลุ่ม Facebook มีแฮชแท็กที่ใช้กัน หรือมีคำค้นที่พิมพ์กันจริง ข้อนี้ผ่าน คนชอบเลี้ยงกุ้งแคระมีกลุ่มเฉพาะ คนทั่วไปที่อยากมีความสุขไม่มีกลุ่มให้คุณไปหา
4. ตลาดกำลังโตไหม
ตลาดที่โตเหมือนว่ายน้ำตามกระแส ตลาดที่หดเหมือนว่ายทวนน้ำ ทำงานเท่ากันแต่ได้ผลน้อยกว่า ดูได้ง่าย ๆ จากกราฟ Google Trends ย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งจะอธิบายวิธีดูในหัวข้อถัดไป
ตัวอย่างการให้คะแนน
- ขายเคสมือถือลายการ์ตูนทั่วไป: ปัญหา 1, มีเงิน 3, หาตัวง่าย 3, ตลาดโต 2 รวม 9 ข้ามไปก่อน
- ขายที่นอนกันลื่นสำหรับสุนัขสูงวัยที่ขาไม่ดี: ปัญหา 5, มีเงิน 4, หาตัวง่าย 4 (มีกลุ่มคนเลี้ยงหมาแก่), ตลาดโต 3 รวม 16 น่าทดสอบต่อ
คะแนนไม่ได้แม่นยำเหมือนสูตรคณิตศาสตร์ แต่ช่วยกันไม่ให้คุณหลงรักไอเดียที่ไม่มีใครอยากจ่าย
ตลาดออนไลน์ไทยตอนนี้ คนซื้ออะไรกัน
ภาพใหญ่ช่วยให้รู้ว่าเงินไหลไปทางไหน แต่อย่าเอามาใช้แทนการเลือกตลาดของตัวเอง
- Nation Thailand รายงานเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ว่ามูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 2567 อยู่ที่ราว 1.1 ล้านล้านบาท โตขึ้นจากราว 9.8 แสนล้านบาทในปีก่อนหน้า
- Shopee และ Lazada รวมกันครองตลาดมากกว่า 80% ส่วน TikTok Shop โตเร็วจากการขายผ่านไลฟ์และคลิปสั้น
- หมวดที่ขายดีในรายงานเดียวกัน คือของใช้จำเป็นและเครื่องใช้ในบ้าน แฟชั่น เครื่องสำอางและความงาม กระเป๋าเดินทาง และของสะสมของกลุ่มแฟนคลับ
อ่านตัวเลขนี้ให้ถูก หมวดที่ใหญ่ที่สุดก็คือหมวดที่มีคู่แข่งมากที่สุดด้วย ร้านใหม่ที่ขายเครื่องสำอางทั่วไปต้องแข่งกับแบรนด์ใหญ่และร้านทางการบนทุกแพลตฟอร์ม
ทางที่ร้านเล็กชนะได้คือเลือกกลุ่มย่อยในหมวดใหญ่ เช่น ไม่ขายสกินแคร์ทั่วไป แต่ขายสกินแคร์สำหรับคนที่ทำงานกลางแดดทั้งวัน ไม่ขายของใช้ในบ้าน แต่ขายของจัดระเบียบสำหรับคอนโดขนาด 25 ตารางเมตร
8 หมวดสินค้าที่มือใหม่เริ่มได้ พร้อมข้อควรระวัง
ไม่มีหมวดไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่ละหมวดข้างล่างมีข้อดีสำหรับร้านเล็ก และมีกับดักที่มือใหม่มักเจอ อ่านให้ครบทั้งสองฝั่งก่อนตัดสินใจ
- ขนมและอาหารโฮมเมด: ทำล็อตเล็กได้ ลูกค้าซื้อซ้ำ ระวังเรื่องอายุสินค้า การขนส่ง และใบอนุญาต ถ้าบรรจุขายให้เช็กกับ อย. ก่อนว่าสินค้าของคุณต้องขออนุญาตแบบไหน
- สกินแคร์และเครื่องสำอาง: กำไรต่อชิ้นดี ลูกค้าซื้อซ้ำ ระวังว่าเครื่องสำอางต้องจดแจ้งกับ อย. ก่อนขาย ห้ามโฆษณาเกินจริง และคู่แข่งเยอะมาก ต้องเลือกกลุ่มย่อยให้ชัด
- เสื้อผ้าแฟชั่น: ถ่ายคอนเทนต์ได้ไม่รู้จบ มีเทรนด์ใหม่ทุกเดือน ระวังเรื่องไซซ์ การเปลี่ยนคืน และต้องสต๊อกหลายไซซ์หลายสี
- ของใช้ในบ้านและของจัดระเบียบ: ปัญหาชัด ถ่ายภาพก่อนและหลังได้ง่าย ระวังของชิ้นใหญ่ที่ค่าส่งแพง และสินค้านำเข้าราคาต่ำที่แข่งด้วยยาก
- สินค้าสัตว์เลี้ยง: เจ้าของยอมจ่าย และมีกลุ่ม Facebook แยกตามสายพันธุ์ให้หาลูกค้าได้ง่าย ระวังสินค้าที่สัตว์กินหรือใช้กับร่างกาย ต้องรู้แหล่งผลิตและข้อกำหนดก่อนขาย
- ของสะสมและของสำหรับแฟนคลับ: กลุ่มลูกค้าแน่น ยอมจ่ายหนัก ระวังเรื่องลิขสิทธิ์ ห้ามขายของปลอม หรือทำสินค้าที่ใช้โลโก้และรูปศิลปินโดยไม่ได้รับอนุญาต
- สินค้าท้องถิ่นและของฝาก: มีเรื่องเล่า แข่งเรื่องราคาน้อยกว่า ระวังกำลังผลิตที่จำกัด ถ้าขายดีขึ้นมาจะส่งของไม่ทัน
- สินค้าดิจิทัลและบริการ: เช่น เทมเพลต ไฟล์ออกแบบ หรือรับทำกราฟิกให้ร้านอื่น ไม่ต้องสต๊อก ไม่มีค่าส่ง ระวังว่าต้องสร้างความน่าเชื่อถือก่อน คนถึงจะกล้าจ่าย
เช็กว่ามีคนอยากซื้อจริง ด้วยเครื่องมือฟรี 5 อย่าง
ก่อนลงเงินสักบาท ให้หาหลักฐานว่ามีคนอยากได้สินค้านี้อยู่แล้ว ทั้งห้าอย่างนี้ใช้ฟรี และใช้เวลารวมกันไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
- Google Trends: พิมพ์ชื่อสินค้า ตั้งพื้นที่เป็นประเทศไทย และดูย้อนหลัง 5 ปี ถ้ากราฟค่อย ๆ ขึ้นหรือทรงตัว ใช้ได้ ถ้าพุ่งขึ้นแล้วตกเร็ว แปลว่าเป็นกระแสสั้น ถ้าขึ้นลงเป็นรอบทุกปี แปลว่าเป็นสินค้าตามฤดูกาล ต้องเตรียมของก่อนช่วงพีก
- ช่องค้นหาใน Shopee และ TikTok: พิมพ์คำแรกแล้วดูคำที่ระบบเติมให้ นั่นคือคำที่คนพิมพ์จริง จากนั้นเปิดดูร้านที่ขายอยู่ว่าขายไปแล้วกี่ชิ้น ถ้ามีหลายร้านขายได้หลักพันชิ้น แปลว่ามีความต้องการ
- กลุ่ม Facebook และ Pantip: ค้นชื่อปัญหาแทนชื่อสินค้า เช่น ผมร่วงหลังคลอด แล้วดูว่ามีคนถามซ้ำบ่อยแค่ไหน คำถามที่ถูกถามซ้ำทุกสัปดาห์คือปัญหาที่ยังไม่มีใครแก้ให้ดีพอ
- รีวิว 1 ถึง 3 ดาวของร้านคู่แข่ง: อ่านว่าลูกค้าบ่นเรื่องอะไร ส่งช้า ไซซ์ไม่ตรง กลิ่นแรงเกินไป ทุกคำบ่นคือช่องว่างที่ร้านคุณเข้าไปแก้ได้
- ถามคนจริง 20 คน: ส่งรูปและราคาให้คนในกลุ่มเป้าหมาย แล้วถามว่าถ้าเปิดจองวันนี้จะจองไหม คำว่าน่าสนใจไม่มีความหมาย ให้นับเฉพาะคนที่ยอมโอนมัดจำ
ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด คนพูดว่าชอบได้ฟรี แต่การโอนเงินคือหลักฐานเดียวที่บอกว่าเขาอยากได้จริง

เริ่มขายของออนไลน์แบบไม่สต๊อกสินค้า
ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของมือใหม่คือซื้อของมากองไว้ก่อนรู้ว่าขายได้ไหม มีสี่วิธีที่ให้คุณขายก่อนแล้วค่อยลงเงิน
พรีออเดอร์
โพสต์สินค้า เปิดจองพร้อมเก็บมัดจำ แล้วสั่งของหรือผลิตตามจำนวนที่มีคนจอง บอกวันส่งของให้ชัดตั้งแต่แรก และทำตามที่บอก ความน่าเชื่อถือของร้านพรีออเดอร์อยู่ที่การส่งตรงเวลา
ตัวแทนจำหน่ายหรือดรอปชิป
ร้านต้นทางเก็บของและส่งให้ คุณทำหน้าที่ขาย ข้อดีคือเริ่มได้ทันที ข้อเสียคือกำไรต่อชิ้นบาง และคุมคุณภาพหรือเวลาส่งไม่ได้ ก่อนรับเป็นตัวแทน ให้สั่งของมาลองใช้เองก่อนอย่างน้อยหนึ่งชิ้น
ผลิตล็อตเล็ก
ถ้าทำของเองได้ ให้เริ่มทีละ 10 ถึง 20 ชิ้น ขายหมดค่อยทำล็อตใหม่ ต้นทุนต่อชิ้นอาจสูงกว่าผลิตทีละมาก แต่คุณจะไม่มีของค้างสต๊อก
Affiliate
รับค่าคอมมิชชันจากการแนะนำสินค้าของร้านอื่นผ่านโปรแกรม affiliate ของแพลตฟอร์ม ไม่ต้องแพ็กของ ไม่ต้องตอบแชต แต่รายได้ต่อชิ้นต่ำ เหมาะกับการใช้ทดสอบว่าคนดูของคุณสนใจสินค้าแบบไหน ก่อนทำสินค้าของตัวเอง

ทดสอบ 3 สินค้าใน 14 วัน แล้วเลือกตัวเดียว
อย่าเลือกสินค้าด้วยความรู้สึก ให้ตัวเลขเลือกให้ นี่คือแผนที่ร้านคนเดียวทำได้
- วันที่ 1 ถึง 2: เลือก 3 สินค้าที่ได้คะแนน 4 คำถามสูงสุด หาราคาทุนและเขียนข้อเสนอสั้น ๆ ของแต่ละตัว
- วันที่ 3 ถึง 4: ถ่ายรูปหรือหารูปตัวอย่างจากผู้ผลิต ทำโพสต์เปิดจองของทั้ง 3 ตัว
- วันที่ 5 ถึง 11: โพสต์สลับกันทุกวัน ให้แต่ละตัวได้จำนวนโพสต์เท่ากัน แชร์ในกลุ่มที่เกี่ยวข้อง และส่งให้คนรู้จักที่ตรงกลุ่ม
- วันที่ 12: นับตัวเลขของแต่ละสินค้า คือ คนเห็น คนทักถาม และคนโอนมัดจำ
- วันที่ 13 ถึง 14: เลือกตัวที่มีคนโอนมัดจำมากที่สุด สั่งของหรือผลิตตามยอดจอง แล้วหยุดโพสต์อีกสองตัว
พอได้สินค้าตัวหลักแล้ว งานถัดไปคือทำข้อเสนอให้น่าซื้อขึ้นและให้คนเห็นมากขึ้น ซึ่งอธิบายไว้ละเอียดในบทความวิธีขายของออนไลน์มือใหม่
5 ความผิดพลาดที่ทำให้เลือกสินค้าผิด
- ตามกระแสที่พีกไปแล้ว: เห็นสินค้าดังใน TikTok แล้วสั่งมาขาย กว่าของจะถึง กระแสก็ลงแล้ว ให้เช็กใน Google Trends ก่อนว่ากราฟกำลังขึ้นหรือกำลังลง
- เลือกเพราะตัวเองชอบ: ความชอบของคุณไม่ใช่หลักฐานว่าคนอื่นจะจ่าย ใช้ 4 คำถามและการเปิดจองตัดสินแทน
- สั่งสต๊อกก่อนมีคนจอง: เงินที่จมอยู่ในสต๊อกคือเงินที่เอาไปทดสอบสินค้าตัวอื่นไม่ได้
- ขายของเหมือนทุกร้านแล้วแข่งราคา: ถ้าสินค้าเหมือนกันทุกอย่าง ลูกค้าจะเลือกร้านที่ถูกที่สุด และคุณจะไม่ใช่ร้านที่ถูกที่สุดตลอดไป
- ลืมคิดต้นทุนแฝง: ค่าส่ง ค่าแพ็ก ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม และของที่ถูกตีกลับ กินกำไรได้มากกว่าที่คิด
ก่อนเริ่มขาย: เรื่องจดทะเบียนและภาษีที่ควรรู้
ส่วนนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น รายละเอียดขึ้นกับรูปแบบร้านของแต่ละคน ให้เช็กกับหน่วยงานโดยตรงก่อนตัดสินใจ
- จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์: กรมพัฒนาธุรกิจการค้าแนะนำให้ร้านที่ขายผ่านอินเทอร์เน็ตจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มขาย ร้านที่จดแล้วขอเครื่องหมาย DBD Registered ไปแสดงในร้านได้ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเชื่อใจมากขึ้น
- ภาษีเงินได้: รายได้จากการขายของออนไลน์ของบุคคลธรรมดาเป็นเงินได้ประเภท 40(8) ต้องยื่นภาษีกลางปีด้วยแบบ ภ.ง.ด.94 และยื่นปลายปีด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 หักค่าใช้จ่ายได้ทั้งแบบเหมาและแบบตามจริง
- เก็บหลักฐานตั้งแต่วันแรก: เก็บบิลค่าสินค้า ค่าส่ง และค่าธรรมเนียมไว้ทุกใบ ถ้าวันหนึ่งต้องเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง คุณจะมีหลักฐานพร้อม
ทดสอบ 3 สินค้าโดยไม่ต้องนั่งเขียนโพสต์ทุกคืน ด้วย broccolimade
แผน 14 วันข้างบนต้องใช้โพสต์ราว 20 ชิ้น สำหรับสินค้า 3 ตัว บนหลายช่องทาง ถ้าเขียนเองทุกโพสต์ คุณจะหมดแรงก่อนได้ผลทดสอบ broccolimade ช่วยงานส่วนนี้
- อัปโหลดรูปและจุดเด่นของสินค้าทั้ง 3 ตัวไว้ในคลังครั้งเดียว
- ใส่ brief สั้น ๆ แล้วให้ AI ร่างโพสต์เปิดจองพร้อมแฮชแท็ก ปรับตามแต่ละช่องทาง ทั้ง Facebook, Instagram, Pinterest, X และ Threads
- ตรวจและแก้ทุก draft ก่อน ไม่มีโพสต์ไหนถูกเผยแพร่โดยที่คุณยังไม่กดยืนยัน
- ตั้งเวลาโพสต์สลับสินค้าล่วงหน้าทั้งสองสัปดาห์บนปฏิทินเดียว ให้แต่ละตัวได้จำนวนโพสต์เท่ากัน
- ดู reach และ engagement ของแต่ละโพสต์ เพื่อเทียบว่าสินค้าไหนดึงคนได้มากกว่า
เวลาที่เหลือ เอาไปทำสิ่งที่ตัดสินผลการทดสอบจริง คือคุยกับคนที่ทักมา และเก็บมัดจำ
ทดลองใช้ได้ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต ยาวพอดีกับแผนทดสอบในบทความนี้
ภาพปก: Centre for Ageing Better / Unsplash (ใช้ตามสัญญาอนุญาตของ Unsplash)
คำถามที่พบบ่อย
ขายของออนไลน์อะไรดีสำหรับมือใหม่
เลือกสินค้าที่แก้ปัญหาชัดให้คนกลุ่มที่มีเงินจ่าย หาตัวเจอง่ายบนโซเชียล และตลาดกำลังโต ทางที่ง่ายที่สุดคือเริ่มจากตลาดที่คุณเป็นลูกค้าเอง เพราะคุณรู้อยู่แล้วว่าคนกลุ่มนี้ต้องการอะไรและไปรวมตัวกันที่ไหน จากนั้นทดสอบด้วยการเปิดพรีออเดอร์ก่อนซื้อสต๊อก
ขายของออนไลน์อะไรดี ไม่ต้องสต๊อกสินค้า
มีสี่ทาง คือ เปิดพรีออเดอร์แล้วสั่งของตามยอดจอง เป็นตัวแทนหรือดรอปชิปให้ร้านต้นทางส่งของแทน ผลิตเองทีละล็อตเล็ก และทำ affiliate รับค่าคอมมิชชัน ถ้าต้องการกำไรดีและคุมคุณภาพได้ พรีออเดอร์เป็นทางที่สมดุลที่สุดสำหรับมือใหม่
ขายของออนไลน์อะไรดีปี 2569
หมวดใหญ่ในตลาดไทยยังเป็นของใช้จำเป็น เครื่องใช้ในบ้าน แฟชั่น และความงาม แต่หมวดใหญ่ก็มีคู่แข่งมาก ร้านใหม่ควรเลือกกลุ่มย่อยในหมวดเหล่านี้ เช่น สินค้าสำหรับคนกลุ่มเฉพาะที่มีปัญหาชัด และเช็กกราฟใน Google Trends ก่อนว่ากำลังขึ้นหรือกำลังลง
รู้ได้อย่างไรว่าสินค้ามีคนอยากซื้อจริง
หลักฐานที่ดีที่สุดคือการโอนเงิน ให้เปิดจองพร้อมเก็บมัดจำแล้วนับจำนวนคนที่โอนจริง ก่อนหน้านั้นใช้ Google Trends ช่องค้นหาของ Shopee และ TikTok คำถามในกลุ่ม Facebook และรีวิวของร้านคู่แข่ง เพื่อคัดสินค้าที่ควรนำมาทดสอบ
ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าแนะนำให้ร้านที่ขายผ่านอินเทอร์เน็ตจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มขาย และร้านที่จดแล้วขอเครื่องหมาย DBD Registered ได้ รายละเอียดขึ้นกับรูปแบบร้าน ควรเช็กกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานเขตในพื้นที่ของคุณ
ไม่ต้องเริ่มโพสต์
จากหน้าว่างอีกแล้ว
เก็บข้อมูลสินค้าไว้ครั้งเดียว แล้วให้ AI ช่วยทำ draft สำหรับแต่ละช่องทางก่อนคุณตรวจและเผยแพร่
ลองสร้างโพสต์แรก